“มหกรรมแตงโมอินทรีย์ วิถียโสธร”

“วิถีถิ่น” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม หรืออาหารการกินของแต่ละพื้นที่ในเมืองไทยนั้น มีความหลากหลาย และมีความงดงามที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยี่ยมเยือนในแต่ละพื้นที่ได้รับประสบการณ์และความประทับใจในแบบที่ไม่ซ้ำกัน

 

ล่าสุด นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี (รับผิดชอบอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร) เปิดเผยว่า จังหวัดยโสธร ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำหนดจัดงานมหกรรมแตงโมอินทรีย์ วิถียโสธร ปี 2563 ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม 2563 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดยโสธรให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น

 

ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี กล่าวว่า “บั้งไฟโก้ แตงโมหวาน หมอนขวานผ้าขิด แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ” เป็นคำขวัญประจำจังหวัดยโสธร ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวยโสธรเป็นอย่างดี ไม่เพียงแต่ข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียง จังหวัดยโสธรยังมีแตงโมซึ่งปลูกด้วยความฮัก (รัก) คัดด้วยใจ ไม่ใช้สารเคมี และเนื่องจากเป็นจังหวัดต้นแบบเกษตรอินทรีย์จึงทำให้แตงโมมีเนื้อหวาน กรอบ ชื่นใจ เป็นพืชสร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับชาวจังหวัดยโสธร จึงได้มีการจัดงานแตงโมอินทรีย์ วิถียโสธรขึ้นเป็นประจำทุกปี

 

งานมหกรรมแตงโมอินทรีย์ วิถียโสธร เกิดจากการบูรณาการจากทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ได้แก่ จังหวัดยโสธร สำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัด อบต.ลุมพุก และที่สำคัญ กลุ่มปลูกฮักและวิสาหกิจชุมชน แปลงใหญ่ YSF ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานในครั้งนี้

 

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจลองลิ้มชิมรสแตงโมหวานยโสธร สามารถแวะมาที่มหกรรมงานแตงโมอินทรีย์ วิถียโสธร ซึ่งจะจัดในวันที่ 13-15 มีนาคม 2563 นี้ ณ ที่ว่าการอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร

 

ภายในงานมีกิจกรรมเกี่ยวกับแตงโมที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น การประกวดแตงโมผลใหญ่ การประกวดแตงโมคุณภาพ การแข่งขันส้มตำแตงโม, การจำหน่ายแตงโมอินทรีย์/GAP, การจำหน่ายผลผลิตทางเกษตรจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เครือข่ายแปลงใหญ่และจากกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer – YSF เป็นต้น

 

ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี กล่าวต่อว่า จังหวัดยโสธรยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง อาทิ วิมานพญาแถน แลนด์มาร์คใหม่จังหวัดยโสธร หรือพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก สร้างเป็นรูปพญาคันคาก ความสูง 19 เมตร เป็นสถานที่รวบรวมประวัติศาสตร์พื้นบ้านตำนานเกี่ยวกับพญาคันคากและบั้งไฟ อันเป็นความเป็นมาของจังหวัดยโสธร ภายในอาคารประกอบด้วยพื้นที่จัดนิทรรศการจำนวน 4 ชั้น ได้แก่ ชั้นที่ 1 แสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองยโสธร ชั้นที่ 2 ตำนานพญาแถนและพญาคันคาก ชั้นที่ 3 ตำนานและเรื่องราวของบั้งไฟ และชั้นที่ 4 เป็นเรื่องราวอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอัตลักษณ์เมืองยโสธร

ยังมี พระธาตุกู่จาน ตั้งอยู่ภายในวัดบ้านกู่จาน ตำบลกู่จาน อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เป็นปูชนียสถานสำคัญที่ประชาชนชาวเมืองยโสธรและจังหวัดใกล้เคียงต่างให้ความเคารพ สถาปัตยกรรมมีรูปทรงคล้ายองค์พระธาตุพนม แต่มีขนาดเล็กกว่า สร้างขึ้นตามคตินิยมเพื่อการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แต่ละปีจะมีการจัดพิธีสรงน้ำ ซึ่งพิธีกรรมดังกล่าวนี้ทำเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เพราะเชื่อกันว่า หากไม่ทำ ฝนฟ้าจะไม่ตกต้องตามฤดูกาล

 

อาคารพิพิธภัณฑ์เมืองเก่าสิงห์ท่า

 

ยังมีเส้นทางชุมชนที่น่าสนใจ คือ การไปเยือนชุมชนบ้านสิงห์ท่า ค้นหาอดีตเมืองยโสธร ย่านเก่าซึ่งมีถนนวนรอบลัดเลาะเชื่อมถึงกันระหว่างชุมชน ตลาด โรงเรียน และวัด 3 แห่ง ได้แก่ วัดมหาธาตุ วัดศรีธรรมาราม วัดสิงห์ท่า และศาลหลักเมือง นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน บานประตูและหน้าต่างเป็นทรงโค้ง ที่ยังเหลือให้เห็นอยู่ริมถนนศรีสุนทร นครปทุม อุทัยรามฤทธิ์ และถนนวิทยธำรง เป็นเส้นทางสงบๆ ไม่พลุกพล่าน มีร้านกาแฟในบรรยากาศน่ารักให้เช็กอิน มีตึกเก่าให้เซลฟีเก๋ๆ มีร้านอาหาร ร้านของฝาก “ปลาส้มยโส” ที่ขึ้นชื่อใหัซื้อกลับบ้านด้วย

วัดมหาธาตุ

 

วัดศรีธรรมาราม

 

สถานที่ต่อมาที่ไม่ควรพลาดเช่นกันเมื่อมาเยือนยโสธร คือ การไปนมัสการรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทยโสธร โบราณสถานสำคัญที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งอยู่บนเนินทรายริมฝั่งแม่น้ำชี ทัศนียภาพสวยงามสงบร่มเย็น มีการแบ่งสัดส่วนเป็นเขตโบราณสถานและโบราณวัตถุชัดเจน ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางนาคปรก และศิลาจารึก เป็นสถานที่ที่มีประชาชนหลั่งไหลเข้ามากราบไหว้บูชาอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ไม้บ้านซ่งแย้ อำเภอไทยเจริญ หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า “วัดอัครเทวดามิคาแอล” ตั้งอยู่ที่อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร เป็นโบสถ์ไม้หลังใหญ่แบบคริสตจักรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีอายุถึง 100 ปี ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่า จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดอันซีนของจังหวัดยโสธรที่ห้ามพลาด

 

ข้างโบสถ์คริสต์ยังมีเรือนไทยอยู่ด้านข้าง มีความสวยงามในแนวประติมากรรมแบบไทย และสร้างจากไม้ทั้งหมด ตกแต่งด้วยต้นไม้สวยงาม ร่มรื่น

 

ผู้สนใจไปร่วมกิจกรรมดีๆ ในงานมหกรรมแตงโมอินทรีย์ วิถียโสธร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี รับผิดชอบพื้นที่ (อุบลราชธานี-ศรีสะเกษ-ยโสธร-อำนาจเจริญ) โทรศัพท์ 0-4524-3770 หรือเข้าไปติดตามข้อมูลอื่นๆ ได้ที่ Facebook: Tat UbonRatchathani

 

“เทศกาลดอกลำดวนบาน”

สัญลักษณ์ของจังหวัดศรีสะเกษคือดอกลำดวน และระหว่างวันที่ 11-15 มีนาคม 2563 นี้ จังหวัดศรีสะเกษ นำโดยนายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมงาน “เทศกาลดอกลำดวนบาน” สืบสานประเพณีสี่เผ่าไทศรีสะเกษ ประจำปี 2563 ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ วิทยาลัยเกษตรและ

 

เทคโนโลยีศรีสะเกษ

ไฮไลต์ของการจัดงานอยู่ในภาคกลางคืน พบกับการแสดงจินตลีลา ประกอบการแสดง แสง สี เสียง เรื่อง “อารยธรรมแห่งศรัทธา มนตรา ศรีพฤทเธศวร” ตอน “สืบราชมรรค ศรีชยราชา ชัยวรมันที่ 7” ที่ยิ่งใหญ่อลังการในระบบ 3 มิติ แสดงโดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ผู้ชมจะได้สัมผัสอารยธรรมและประวัติความเป็นมาของจังหวัดศรีสะเกษ เริ่มการแสดงเวลา 19.00 น. ของวันที่ 13-15 มีนาคม 2563 ชมฟรีทั้ง 3 คืน ถือเป็นการจัดงานในบรรยากาศของโรงละครธรรมชาติที่สวยงาม รายล้อมด้วยกลิ่นหอมดอกลำดวน ดอกไม้ประจำจังหวัดศรีสะเกษ

 

ทางด้านนางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า ในช่วงการจัดงานวันที่ 11-15 มีนาคม 2563 นี้ นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนศรีสะเกษจะได้สัมผัสวิถีวัฒนธรรม ท่ามกลางกลิ่นหอมของดอกลำดวนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติกว่า 45,000 ต้น และยังสามารถเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้อีกหลายแห่ง เช่น ผามออีแดง อำเภอกันทรลักษณ์, สวนทุเรียนภูเขาไฟ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่พร้อมให้นักท่องเที่ยวได้มากราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมมงคลชีวิต

 

ยังมีหอคอยศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติ เป็นหอคอยชมวิวเมืองศรีสะเกษ ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ มี 16 ชั้น ความสูง 84 เมตร ชั้นล่างเป็นนิทรรศการจัดแสดงประวัติสถานที่สำคัญและบุคคลสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ

 

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานสุรินทร์ โทร. 0-4451-4447-8 หรือที่ Facebook: ททท.สำนักงานสุรินทร์.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *